Site icon YOWARE

คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่ยอมแพ้ไปก่อน : ข้อคิดจาก Steve Jobs เมื่อปี 2001

Steve Jobs ให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ที่ญี่ปุ่น แม้จะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่หลายคำตอบ ยังใช้ได้อย่างทันสมัยในปัจจุบัน

วิดีโอสัมภาษณ์ครั้งนี้ถูกบันทึกว่าเผยแพร่เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2001 สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของญี่ปุ่น สัมภาษณ์ Steve Jobs หลายประเด็นน่าสนใจ ถึงชีวิตการเป็นผู้ประกอบการ การแบ่งยุคคอมพิวเตอร์ การทำงานที่ Apple และ วิสัยทัศน์ของเขา (ชมวิดีโอได้ที่ท้ายบทความ)

ในเวลานั้น Steve Jobs เพิ่งกลับมาทำงานที่ Apple ได้ 4 ปี ยังไม่มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่หลายคนรู้จักในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น iPod iPhone iPad

ก้าวความสำเร็จของ Jobs ในเวลานั้น คือ การรื้อโครงสร้าง Apple เลิกผลิตสินค้าที่หลากหลายมากมายเกินไป แล้วมามุ่งจดจ่อ Focus อยู่ที่ตาราง 2 แถว 2 คอลัมน์ คือ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์พกพา และ ผู้ใช้ทั่วไป กับ ผู้ใช้ระดับมืออาชีพ ก่อนที่จะออกผลิตภัณฑ์ซึ่งเน้นการออกแบบมาปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ไปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็น iMac iBook PowerMac และ PowerBook

Apple Computer Chief Executive Steve Jobs poses with the company’s new iBook portable computer at the MacWorld computer trade show in New York in this July 21, 1999 file photo. Jobs, counted among the greatest American CEOs of his generation, died on October 5, 2011 at the age of 56, after a years-long and highly public battle with cancer and other health issues. REUTERS/Peter Morgan/Files (UNITED STATES – Tags: OBITUARY BUSINESS SCIENCE TECHNOLOGY PROFILE)

เคยคิดจะยอมแพ้ไหม ?

คำถามแรกที่ผู้ประกาศสาวถามเขาคือ “เกือบ 30 ปีแล้วที่คุณก่อตั้ง Apple คุณเคยคิดจะยอมแพ้บ้างไหม ?”

เขาตอบกลับไปทันที “โอ้ มันมีช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก ๆ แต่ผมไม่คิดว่าเคยนะ ปี-สองปีแรกเป็นช่วงเวลาที่ยากมาก ๆ สิ่งที่ผมคิดก็คือ ถ้าคุณคิดจะเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ คุณจะต้องมี passion ความมุ่งมาดปรารถนากับสิ่งนั้น เพราะมันยากมากจริง ๆ การเริ่มตั้งบริษัทใหม่เป็นสิ่งที่ยากมาก คุณจะต้องทำงานหนักมาก ถ้าคุณไม่มี passion แล้ว คุณก็จะยอมแพ้ไปก่อน”

“ความแตกต่างระหว่างผู้ที่ประสบความสำเร็จ กับ ผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จ คือ ผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ตัดสินใจยอมแพ้ ล้มเลิกไปก่อน ก่อนที่เขาจะสำเร็จ ดังนั้นคุณจะต้องมี passion มาก ๆ เพราะมันเป็นเรื่องยากจริง ๆ”

“หลายครั้งมีคนมาบอกผมว่า เขาอยากจะตั้งบริษัทบ้าง ผมถามไปว่าทำไมล่ะ เขาบอกว่า เขาอยากมีเงินมาก ๆ ผมบอกว่า ถ้าด้วยเหตุผลนั้น ลืมไปเถอะ ส่วนใหญ่จะไม่สำเร็จหรอก”

“แต่บุคคลที่สำเร็จหลายคน บางทีเขาอาจจะไม่ต้องการก่อตั้งบริษัทอะไรเลย เขาแค่มีไอเดียที่อยากจะนำเสนอต่อโลก และหลายครั้งจำเป็นต้องตั้งเป็นบริษัท เพราะไม่งั้นก็ไม่มีใครยอมรับฟังเขา”

บทบาทของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

Steve Jobs ตอบเรื่องบทบาทของพีซี Personal Computer ว่า ในขณะนั้น เรากำลังอยู่ใน “ยุคที่สาม” เขาอธิบายว่ายุคแรกคือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มาช่วยทำงานต่าง ๆ ยุคต่อมาคือ ยุคอินเทอร์เน็ตที่ทั่วถึง

และเรากำลังเริ่มเข้าสู่ยุคที่สาม คือ วิถีชีวิตดิจิทัล เราจะเห็นอุปกรณ์ไฮเทคออกมามากมาย เช่น กล้องดิจิทัล มือถือ กล้องวิดีโอขนาดเล็ก และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจะช่วยให้การใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ยอดเยี่ยมขึ้น

แนวคิดนี้ยังอยู่กับ Steve Jobs มาจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตเขา โดยในปี 2010 เขาเปิดตัว iPad เขาให้เหตุผลว่า นี่คือยุคที่เรียกว่า Post-PC หรือยุคที่มีอุปกรณ์มาทำให้คนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องพีซี

Think Different

เขาตอบเรื่องการขับเคลื่อนแนวคิด Think Different ในบริษัท Apple ทำได้โดย การทำให้ดูเป็นตัวอย่างโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากในการตัดสินใจ การแสดงการตัดสินใจที่จะสั่งหยุดการผลิตบางอย่างเพื่อแก้ให้มันถูกต้อง

“เราพยายามจะจ้างคนเก่ง แต่เราพยายามทำโครงสร้างบริษัทให้เรียบง่ายที่สุด และพยายามมุ่งเน้นไปที่การโฟกัสกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไม่กี่อย่าง การโฟกัสเป็นเรื่องยาก เพราะเราจะต้องบอกว่าอันไหนทำ อันไหนจะไม่ทำ เราจำเป็นต้องตัดสินใจไม่ทำหลายสิ่ง เพื่อที่จะโฟกัสในบางสิ่ง แล้วทำให้ดีที่สุด”

“ทุกคนในบริษัทต้องการจะทำอะไรบางอย่างที่ยอดเยี่ยม ต้องการจะตื่นเต้นกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ และพวกเขาต้องการเป็นที่รับรู้ เมื่อเขาได้ทำสิ่งที่ยอดเยี่ยม ดังนั้น เราจึงพยายามทำให้คนที่ Apple ได้ทำในสิ่งที่ยอดเยี่ยมในชีวิต และนำสิ่งนั้นไปถึงลูกค้า 25 ล้านคนได้ใช้งาน มันเป็นแรงผลักดันที่ยอดเยี่ยม”

อีก 10 ปีข้างหน้าคุณจะเป็นอย่างไร ?

ผู้สัมภาษณ์ทิ้งท้ายด้วยคำถามที่หลายคนมักจะถามตัวเอง และก็ตอบตัวเองไปต่าง ๆ นานา แต่สำหรับคำตอบของ Steve Jobs อาจจะทำให้หลายคนประหลาดใจ..

“คุณรู้ไหม ไฟส่องทางด้านหน้าของผมไม่ค่อยดีหรอก ผมไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง ผมไม่ได้คิดขนาดนั้น ผมคิดแค่ 1-2-3 ปีข้างหน้า เรามีโครงการบางอย่างที่ Apple ซึ่งเป็นแผน 4-5 ปี แต่ส่วนใหญ่ไม่เกิน 3-4 ปี เพราะสิ่งต่าง ๆ มันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก”

“คุณอาจจะบอกว่า อีก 5 ปี คุณจะไปอยู่ที่จุดนั้น แต่แล้วมีบางสิ่งใหม่เกิดขึ้น คุณก็จะเปลี่ยนใจว่า ลืมแผนเดิมไปเถอะ เราจะมุ่งไปอีกทางหนึ่ง”

“จากประสบการณ์ที่ผมเห็นมา แผนระดับ 5 ปี บางส่วนก็มีความจำเป็น แต่ส่วนใหญ่มันเปลี่ยนเร็วมาก ดังนั้น เราจึงวางแผนโดยมองเพียง 3-4 ปีข้างหน้า เท่าที่เราจะมองเห็นได้เท่านั้น”

อีกราว 10 ปีครึ่ง หลังจากการให้สัมภาษณ์ครั้งนั้น เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2011 Steve Jobs เสียชีวิตลงในวัย 56 ปี ขณะที่ Apple ก้าวทะยานสู่บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

 

วีดีโอความยาวราว 10 กว่านาที น่ารับชมรับฟังด้วยตนเองครับ..

https://www.youtube.com/watch?v=GuB-d7jRkCw

ส่วนอันนี้เป็นเวอร์ชั่นพากย์ญี่ปุ่นทับ

https://www.youtube.com/watch?v=GuB-d7jRkCwhttps://youtu.be/XITAhNzaIso

Exit mobile version